2006/Mar/11

ดีใจจังบลอกที่แล้วมีคนมาตอบ พูดถึงการ์ตูนที่ไม่รู้จักหลายเรื่องเลย เด๋วจะไปหามาดูนะ จะว่าไปก็เหมือนบอกอายุเลยแฮะ เลือกมาเก่าไปหน่อย น่าจะเอาเรื่องใหม่ๆมาแฮะ

งานที่เราทำตอนนี้เสร็จแล้วล่ะ สองวันสุดท้ายนี่เลิกเที่ยงคืนY_Y งานคราวหน้าต้องไปทำที่อยุธยา อาทิตย์แรกไปเช้า เย็นกลับ อาทิตย์ต่อไปสงสัยได้ค้างคืน ฟังแล้วก็งงว่ามันใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า อยุธยา บางทีต้องไปเช้า เย็นกลับ

คราวนี้มาซีเรียสกันนิดนึง เป็นบทความที่ได้รับมาทางเมลน่ะ

นายหน้า"ค้าความรวย"

ก็อย่างที่บอกแล้ว สมบัติใคร-ใครจะขาย ก็ไม่หนักหัวกบาลใคร แต่สมบัติในรูปมหาชนที่พัฒนาไปจนมีความสำคัญถึงระดับ "สัญลักษณ์ชาติ" จะซื้อ-จะขายก็ย่อมมีจุดสะดุดใจเป็นพิเศษ เหมือนอย่าง "ชินคอร์ป" ที่จะขายยกยวงให้กับเทมาเซกของสิงคโปร์

น้ำขวด "โค้ก" นี่ก็เช่นกัน ถ้าวันไหนบริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประกาศว่า "ยกบริษัทขาย" ให้จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือรัสเซีย มาเป็นเจ้าของโค้ก

ผมว่าอเมริกันชน..จลาจลทั่วประเทศแน่!

สมมุติว่า "ชินคอร์ป" ขายยกคอกให้สิงคโปร์จริงๆ ต่อไปนี้สิงคโปร์เป็นเจ้าของเอไอเอส เป็นเจ้าของดาวเทียมไทยคม ไอพีสตาร์ เป็นเจ้าของไอทีวี และอะไรอีกต่างๆ นานาในเครือชินคอร์ป

แลัวตราตั้ง "พระครุฑพ่าห์" อันเป็นตราประจำแผ่นดินที่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ดังที่ติดไว้หน้าบริษัทชินนั่นล่ะ?

จะมิต้องกลายเป็น "ตราครุฑ" ที่ครอบครัวชินวัตรยกขายติดไปกับบริษัทที่ต่างชาติซื้อไปด้วยหรือ?

ตราตั้ง หรือพระครุฑพ่าห์ นี้ ถือว่าเปี่ยมด้วยคุณค่า ผู้ที่จะได้รับพระราชทานต้องอยู่ในฐานะนิติบุคคล มีฐานะการเงินมั่นคง ประกอบการโดยสุจริต พร้อมตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม

บริษัทที่ได้รับพระราชทานพระครุฑพ่าห์ ถือว่า "เป็นบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

อย่างชินคอร์ปนี้ ก็ถือว่าเป็นบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สะท้อนถึงการดำเนินงานของบริษัทที่ซื่อสัตย์สุจริต และมีการกระทำตอบแทนสังคมในรูปแบบของผลประโยชน์อย่างมาก

ผมผ่านไปทางถนนวิภาวดีรังสิต พอถึง "ตึกชิน" ทีไร ผมก็เห็นพระครุฑพ่าห์เด่นสง่าแต่ไกลทีนั้น

ก็ยังชื่นชม และชื่นใจด้วยทุกครั้งไป!

แต่แล้วเกียรติประวัติอันสูงสุดผ่านพระครุฑพ่าห์นี้ ต่อจากนี้ "พระครุฑพ่าห์" หน้าตึกชินฯ มิกลายเป็นสัญลักษณ์ "เกียรติประวัติสูงสุด" ของเทมาเซก คือสิงคโปร์ไปหรือ?

หรืออย่างดาวเทียมไทยคมนั่น ถ้าความจำผมไม่ผิด "ไทยคม" เป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตอนยิงดาวเทียมดวงแรกผมก็ยังจำได้ว่า "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" เสด็จฯ เป็นองค์สักขีพยานแห่งความสำเร็จถึงเฟรนช์เกียนา

มงคลอันสูงสุดเช่นนี้ นับต่อจากนี้อีกไม่นานนัก ก็จะกลายเป็นสมบัติเกียรติยศทางประวัติศาสตร์ของเทมาเซก-สิงคโปร์ไปเสียแล้ว!

ที่เคยนำมาเป็นจุดเด่น-จุดภูมิใจด้วยคำว่า "ดาวเทียมไทยคม" คือความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ผ่านหนังโฆษณา นั้น

ต่อไปนี้ หนังโฆษณาก็ต้องเปลี่ยนเป็นว่า ดาวเทียมไทยคม คือความภูมิใจของชาวสิงคโปร์ทั้งชาติที่ "ซื้อไทย" มาครองได้เรียบร้อยแล้ว!?

เทมาเซก คือใคร? ผมว่าวันนี้คนไทยถึงไม่สนใจ แต่พรุ่งนี้..มะรืนนี้ คนไทยอาจจำเป็นต้อง "สนใจ" ใคร่รู้เป็นพิเศษก็ได้

ฉะนั้น ศึกษากำพืด "เทมาเซก โฮลดิ้ง" ให้รู้กันไว้คร่าวๆ ก่อนดีกว่าว่า เทมาเซก นี้ เป็นชื่อเล่น ส่วนชื่อจริงคือ

"ประเทศสิงคโปร์" นั่นเอง!

เราต้องรู้กันก่อนว่า "จุดแข็ง" ของสิงคโปร์คือ "จุดอ่อน" ของเขา คือเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไร นอกจากที่ตั้งภูมิศาสตร์ทางทะเล ฉะนั้น ธรรมชาติจึงชดเชยความถนัดด้านการซื้อมา-ขายไปคือ "อาชีพนายหน้าค้าความรวย" ให้กับสิงคโปร์

งานบริการ สิงคโปร์เก่ง ธุรกรรมการเงิน-การธนาคาร ก็เป็นหนึ่งในงานบริการที่สิงคโปร์ถนัด

ฉะนั้น สิงคโปร์จึงเป็น "ศูนย์กลางการลงทุน" เม็ดเงินจากทั่วโลกทั้ง "เงินขาว-เงินดำ" ต่างไหลมาที่สิงคโปร์ เพื่อกระจายไปสู่ระบบการลงทุนแสวงหากำไรในประเทศต่างๆ

เทมาเซก โฮลดิ้ง คือบริษัทที่กระทรวงการคลังสิงคโปร์ตั้งขึ้น เพื่อใช้เป็นตัวแทนไปลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายๆ ประเทศ เรียกว่า เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในบท "กลุ่มทุนข้ามชาติ"

เทมาเซกนี้ตั้งมาร่วม 40 ปีแล้ว บริหาร-จัดการการลงทุนทั้งหมดแทนรัฐบาล จัดกลุ่มธุรกิจด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ คอยยุยงส่งเสริมให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจในเป้าหมายไปเป็นของเอกชน

การลงทุนของเทมาเซก จะเน้นไปทางร่วมลงทุนระดับรัฐบาล อย่างสนามบินสุวรรณภูมิของเรา "เทมาเซก" ก็ร่วมลงทุนด้วย

ธุรกิจที่เทมาเซกชอบมากในการลงทุนระยะยาวก็จำพวก ธนาคาร สถาบันการเงินโทรคมนาคม และสื่อสารมวลชน ขนส่ง โลจิสติกส์ (การที่ ...ของเรายุบไปให้จับตาดูฉากต่อไปให้ดี) อสังหาริมทรัพย์ อย่างแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อาจเรียกได้ว่า แลนด์ออฟสิงคโปร์

บริษัท ที.ซี.ซี.แคปปิตอลแลนด์ ของเสี่ยเจริญ-เบียร์ช้าง ที่ตั้งขึ้นมาพัฒนาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและธุรกิจในย่านไข่แดงกรุงเทพฯ นี่ก็ "เสร็จ" เทมาเซก เช่นกัน

ธุรกิจการบิน โครงสร้างพื้นฐานและวิศวกรรม และที่สำคัญธุรกิจด้านพลังงาน และปิโตรเลียม เทมาเซก..ชอบมาก!

สังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า นี่คือการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ไม่ใช่การยึดครองประเทศด้วยการยึดครองดินแดนให้เห็นอย่างยุคก่อน การล่าอาณานิคมในจักรวรรดินิยมยุคใหม่นี้ เขายึดข้างในก่อนข้างนอก

คือยึดครองทางระบบ "เศรษฐกิจ-ธุรกิจ" อันเป็นข้างในก่อน เป้าหมายก็อย่างที่ว่า มุ่งบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และรัฐบาล เรียกว่า "กุมหัวใจ" แล้วร่างกายอันเป็น "ภายนอก" จะไปทางไหนเสีย! ผมอยากให้ข้อมูลไว้เพื่อการติดตามดูอนาคตประเทศเรา "สถาบันการเงิน" วันนี้ ท่านไปพลิกรายชื่อ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก" ของแต่ละธนาคารดู

-ยูโอบี รัตนสิน ไม่ต้องพูดถึง สิงคโปร์เต็มตัว

-ทหารไทย ได้ยินชื่อแสลงใจ เพราะไส้เป็นทหารสิงคโปร์

-นครหลวงไทย เป็นนครหลวงสิงคโปร์มานานแล้ว

-ดีบีเอส ไทยทนุ เหลือแต่ชื่อไทย เจ้าของคือสิงคโปร์

-ไทยธนาคาร ชื่อเงี้ยไทยจ๋า แต่สิงคโปร์หราทั้งตัว

-เอเชีย เดิมเนเธอร์แลนด์ นี่ก็เสร็จสิงคโปร์ไปอีก

-กรุงเทพ ใหญ่อันดับ 1 แต่สิงคโปร์หุ้นใหญ่อันดับ 1

-กรุงศรีอยุธยา กรุงเก่าของเราแต่ก่อน ก็ไม่รอดสิงคโปร์

-กสิกรไทย ก็กลายเป็น "กสิกรสิงคโปร์" เหมือนแบงก์กรุงเทพ

-กรุงไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นแบงก์รัฐบาล แต่ผสมรัฐบาลสิงคโปร์

สรุปแล้ว "ธนาคารพาณิชย์ไทย" ร้อยละ 99.99 ไม่มีแบงก์ไหนที่ในรายชื่อ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก" จะไม่มีชื่อ

HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD

แบงก์พาณิชย์ เรารู้กันเหมือนท่องอาขยานว่า เป็นผู้ทำหน้าที่สรรค์สร้าง-บริหารสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

แล้ววันนี้ เครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ "ทั้งหมด" ตกอยู่ภายใต้การควบคุมกลไกบริหาร ภายใต้การควบคุมเงื่อนไขนโยบายโดยต่างชาติ

"ทุกแบงก์" ในประเทศไทย ล้วนสิงคโปร์ควบคุม และล้วนสิงคโปร์ครอบครอง

ผมไม่มีความเห็น แต่บอกไว้เป็นข้อมูลสำหรับท่านทั้งหลาย

สถาบันการเงิน-ธนาคาร สิงคโปร์ก็ครองไปแล้ว บริษัทโทรคมนาคมและการสื่อสาร สิงคโปร์ก็ครองไปแล้ว

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ก็กำลังเป็นฮับให้เงินสิงคโปร์ไหลยึดครองแผ่นดิน

ผู้นำประเทศสิงคโปร์ก็สนิทชิดเชื้อกับผู้นำประเทศไทย ไปเหย้า-มาเยือนกันไม่ขาด ในฐานะมิตรสหายร่วมสาย "จอร์จ ดับเบิลยู. บุช"

สิงคโปร์คือ "นายหน้า" โดยเฉพาะเป็น "นายหน้าให้สหรัฐอเมริกา" ในภูมิภาคนี้ผมลืมบอกไปว่า นอกจากสถาบันการเงิน โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์แล้ว อีกสถาบันหนึ่งที่สิงคโปร์คืบคลานเข้ามา (นานแล้ว) นั่นก็คือ "พื้นที่กองทัพไทย" แล้วค่อยคุยกันในวันหลังนะครับ.